ได้ว่าเวลาอู้ ไม่ช่ายได้เวลาเล่าเรื่องที่ไปสิงคโปร์มาซะที อย่างที่บอก การไปครั้งนี้เป็นการเดินทางไปต่างประ เทศครั้งแรกของเรา ไปคนเดียวซะด้วยซิ คิดดูจะสนุกขนาดไหน
เริ่มต้นด้วยที่สนามบินไทย ที่นี่ก็ไม่ไรมาก ทำตามขั้นตอนที่พี่สาวสอนไว้ แล้วพี่สาวก็มาส่งบอกทุกอย่าง ก็เลยไม่ยาก แต่เราอ่ะได้ยินพี่ที่office บอกว่าจองตั๋วได้แต่ business class เค้าจะเปลี่ยนตั๋วเป็น economy ให้ถ้ามี พอตั๋วมาถึงเรามันลงว่า economy พอไปจองที่นั่งบนเครื่องก็เลยไปจองแถว economy ได้แถว 14A อ่าแถวA แปลว่าได้นั่งริมหน้าต่าง พี่บอกว่าจองเสร็จตั๋วเครื่องบินก็ไม่ใช้ล่ะ เราเป็นคนเก็บ จากนั้น ก็จ่ายค่าเหยียบสนามบิน 500 แล้วก็ตรวจ passport เสร็จแล้วก็ไปเดินเล่นใน duty free แล้วก็รอเวลาขึ้นเครื่อง ทุกอย่างผ่านไปเรียบร้อย ตื่นเต้นนิดๆ เพราะทุกอย่างที่เกินขึ้นจะเป็นเรื่องใหม่หมดสำหรับเรา ก็คงตื่นเต้นแค่ครั้งนี้แหล่ะ คราวหน้าก็คงไม่แล้ว ในใจคิดอย่างนี้นะ แต่ไม่กลัวอะไร แล้วก็รู้สึกอุ่นใจว่า ถ้ามีไรยังไง ก็คนเอเชียแล้วที่ตั๋วเครื่องบินก็ลงไว้ว่า special take care ก็เลยคิดว่าคงมีคนมาดูแลแหล่ะ ถ้าเราบังเอิญเอ๋อไม่รู้เรื่องเอกสารหรือขั้นตอน
พอได้เวลาขึ้นเครื่อง ก็เห็นหน้าทางเข้าเค้าเขียนว่า economy กับ business แล้วก็มีคนไปต่อแถว เยอะแยะ ก็เลยเดินไปเข้าห้องน้ำก่อน พอคนน้อยค่อยเดินเข้าไป พอจังหวะที่เดินออกจากห้องน้ำ ได้ยินเสียประกาศหาเรา ก็งงนิดๆ แต่ไม่คิดไร ก็อย่างที่บอก special take care เลยคิดว่า เค้าคงอยากเห็นตัวว่าคนไหน แต่พอเดินไปถึงเค้าก็รับboarding pass ไปแล้วก็check ไรนิดหน่อย แล้วก็หันไปคุยกับเจ้าหน้าที่อีกคนว่า .....(เป็นรหัสไรซักอย่าง) มาแล้ว แล้วเค้าก็เอาตั๋วใบใหม่ให้เป็นที่นั่ง 3A แล้วก็ฉีกไบเก่าทิ้ง ตอนแรกก็งงแต่พอเดินไปถึงหน้าเครื่องก็เข้าใจ เพราะมีแอร์ฮอสเตรสค่อยบอกว่า ที่นั่งอยู่ด้านไหน คล้ายทางเข้าโรงหนังอ่ะแหล่ะ เห็นคนที่เดินไปก่อนหน้าเราเดินไปทางด้านขวา พอถึงเราเดินไปซ้าย ในใจนึก business แน่ ยิ่งพอเดินเข้าไป มีแต่ฝรั่งเต็มเลย โอ้ ยิ่งมั่นใจ อิอิ สบาย ชมัด
ตอนนั่งอยู่บนเครื่องอยู่ๆก็มีแอร์มาคุยด้วย บอกว่าได้รับmessage ถีงเราพอเรารับมาอ่าน มันเขียนว่าพอ landing ที่สิงคโปร์ให้เราไปพบเจ้าหน้าที่ โอ้อะไรกันนี่ แต่ก็ยังคิดเหมือนเดิม special take care แน่ๆ คงมีเจ้าหน้าที่มาดูแลจัดการเรื่องเอกสารให้ พอเราเดินออกจากเครื่อง เอ ทำมายไม่มีใครมาถามหาเราหว้า เราก็เลยเดินย้อนกลับไปหน้าทางออกอีกครั้งถามคนที่ยืนแถวนั้นว่า เราได้รับ message บนเครื่อง ต้องติดต่อใคร เค้าก็บอกเค้าเอง เราก็เลยถามมีไรเหรอ เค้าบอกว่าขอดูตั๋วเครื่องบิน เราก็ทำหน้างง พอเอาออกมา เค้าก็บอกว่า ไม่มีไร เจ้าหน้าที่ที่ไทย ลืมเก็บตั๋ว แล้วก็ดึงไป โธ่เอ๊ย นึกว่ามีไร แต่ก็งงนิด เพราะพี่สาวบอกว่าเราเป็นคนเก็บ แต่ช่างเถอะ
จากนั้นก็มาถึงด้านตรวจ immigration ด้วยความที่สิงคโปร์อยู่ใกล้ไทย แล้วเราก็มาอยู่แค่สัปดาห์เดียว เลยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า พอมาต่อแถว ก็เห็นคนตรวจเอกสาร หน้าเหมือนคนไทยเลย สงสัยต้องใจดี (คิดไปเอง) พอถึงคิวก็เดินเข้าไป เจอเค้าทำหน้ายักใส่ เราก็งง แล้วเค้าก็ถามว่า ทำมายไม่กรอกช่องนี้ ก็คือเราดันลืมกรอก address ในสิงคโปร์ เราก็ตอบ sorry, I forget ก็ไม่คิดว่ามีไร ก็รับมากรอก ที่นี่ เค้าก็ซักใหญ่มาทำไร มากี่วัน แล้วไปไหนต่อ ไรประมาณเนี้ย เราก็งง ทำมายมันยุ่งยากจัง พอเรียบร้อยเจ้าหน้าที่ก็เปลี่ยนจากหน้ายัก เป็นหน้ายิ้ม แล้วก็บอกว่าลูกอมตรงหน้าเนี้ยกินได้นะ ฟรี เรามารู้ที่หลังว่าที่สิงคโปร์อ่ะ มีผู้หญิงจีนไปขายตัวเยอะ ไอ้เราก็ดันหน้าหมวย เลยโดนยาวเลย คนอื่นลืมกรอก ไม่เห็นเป็นไร อันนี้ก็เป็นบทเรียนไป จากนั้นก็มาพบกับcontact ที่โน้นแล้วเค้าก็พาไปส่งที่โรงแรม แล้วก็นัดกัน 8.30 เค้าจะมารับไปที่บริษัท
เรื่องราวของการเดินทาง ยังไม่จบเพียงแค่นี้ ยังมีต่อนะจ๊ะ โปรดติดตามตอนต่อไป ...